วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Environment news

ทส.พบรุกป่า 4 จังหวัดใต้ ส่วนใหญ่แผ้วถาง-เผาทิ้ง เตรียมทำสวนปาล์ม-ยางพารา ชี้ปัญหาผู้มีอิทธิพลลอบออกเอกสารสิทธิ์ สั่งตรวจสอบระดับพื้นที่ หาตัวผู้ครอบครองพื้นที่
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายพิเชษฐ์ หวังเทพอนุเคราะห์ โฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า หลังจากมีการแจ้งเบาะแสเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนในเขตจังหวัดระนองมาที่ ทส. เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ พร้อมด้วยนายสำราญ รักชาติ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ขึ้นบินสำรวจทางเฮลิคอปเตอร์ พบว่ามีการบุกรุกป่าใน 4 จังหวัดภาคใต้
ตั้งแต่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต รวมพื้นที่เบื้องต้นมากกว่า 700 ไร่ โดยส่วนใหญ่สภาพที่พบเห็นเป็นการบุกรุกแผ้วถางเพื่อเตรียมพื้นที่ บางส่วนมีร่องรอยการไถพื้นที่ป่าชั้นล่าง ตัดต้นไม้ และมีการปลูกสวนยาง และปาล์มน้ำมัน
และบางจุดพบร่องรอยการเผา โดยเฉพาะบริเวณป่าสงวนแม่นางขาว จังหวัดพังงา มีพื้นที่ถูกเผาประมาณ 200 ไร่
นายพิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่อื่นๆ ที่สามารถสรุปการบุกรุก ดังนี้ จังหวัดสุราษฎร์ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง อำเภอท่าชนะ พบรุกที่ป่ากระจายเป็นจุดๆ ตั้งแต่ระดับ 20 ไร่ 50 ถึง 100 ไร่
นอกจากนี้ บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา พบมีการบุกรุกบริเวณขอบพื้นที่เล็กน้อย ส่วนแถบพื้นที่จังหวัดระนอง ในจุดที่ได้รับการร้องเรียน มีการบุกรุกถมป่าชายเลนบริเวณปากน้ำบ้านเขาใหญ่ และบ้านหินช้าง โดยมีการตักดินมาถมที่ป่าชายเลน
ทั้งนี้ เบื้องต้นทราบว่ามีเอกสารสิทธิ์ แต่คาดว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพล รวมทั้งป่าชายเลนกะเปอร์ มีการบุกรุกเช่นกัน
ที่น่าเป็นห่วงคือบริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว และป่ารอยต่อจังหวัดสุราษฎร์ธานี และระนอง ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำ มีพื้นที่นับร้อยไร่ ที่ถูกรุกทำสงวนปาล์มและสวนยางพารา
“ส่วนแถบพังงา ตั้งแต่พื้นที่เทือกเขาศรีพังงา ป่าชายเลนคุระบุรี ทับละมุ รวมทั้งที่อุทยานแห่งชาติเขาหลักลำลู่ เขาบ้านน้ำเค็มและแถวท้ายเหมือง มีปัญหาบุกรุกเช่นกัน
"เบื้องต้นมีการทำพิกัด และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบในระดับพื้นที่ และหาตัวผู้ครอบครองแล้ว
"อย่างไรก็ตาม การที่ได้บินสำรวจทำให้พบว่าปัญหาป่าที่ถูกบุกรุกมีมาก และหลังสงกรานต์จะ บินตรวจป่าในแถบรอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก โดยเฉพาะแถวเขาอ่างฤาไน และป่าทางภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดเลย ซึ่งมีการส่งข้อร้องเรียนมายังตู้ ปณ. 333 ของทส. ด้วย” นายพิเชษญ์ กล่าว
นายพิเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้จะยังไม่ระบุว่าเป็นความผิดของใคร แต่เมื่อรัฐมนตรีได้เห็นปัญหาด้วยตัวเองแล้ว จึงสั่งการให้ออกตรวจสอบ และหาตัวคนที่ทำผิด รวมทั้งรายงานความคืบหน้าทุกสัปดาห์ โดยคดีที่พื้นที่ไม่สามารถดูแลเองได้ จะประสานกับทางตำรวจ ทหารให้ช่วยสนับสนุน